"ร้านคะโซกุ" อาหารญี่ปุ่นแบบ Homemade ราเมน ลาดพร้าว 71
posted on 10 Dec 2009 21:20 by namby-pamby in Eating
Location : ลาดพร้าว 71 ถ้าเข้าทางท้ายซอยมาจากทาง ถนนเกษตร-นวมินทร์ ให้สังเกตทางด้านซ้ายมือไปเรื่อยๆ เลยปั๊ม PB เขียว เป็นตึกแถวเตี้ยๆ 2 ชั้น ต้องสังเกตป้ายชื่อร้านดีๆ
Time : ช่วงบ่ายๆตั้งแต่ประมาณ 3โมง - 3 ทุ่ม (หากมีลูกค้าก็ยังไม่ปิด)
Menu : โชยุราเมน / ข้าวแกงกะหรี่ (หมูทอด / กุ้งทอด) / โซเมน (หมี่เย็น) / ไก่สอดไส้ชีสและผักขม / โคโรเกะชีส / ยากิโซบะ ฯลฯ
Price : 15 บาท ขึ้นไป
Parking : ปั๊ม PB / ตลาดสตรีวิทย์ / หน้าร้าน
Tel : (เดี๋ยวไปถามมาให้)
หลังจากที่เคยติดอกติดใจกะรสชาติ อาหารที่ลุงทำ เพราะราคาถูกและรสชาติก็แถูกปากแต่เวลาว่างจะมากินก็ไม่มี จนร้านเขาพัฒนาโด่งดังไปไกลทั่วประเทศ กะว่าวันหยุดจะไปกินก็ไม่เคยได้กินเพราะคนเยอะมากๆ จนถอดใจเลิกกินไปเกือบ 2 ปี จนลุงคนนั้นก็ไม่ได้อยู่ทำแล้ว
และแม้ภายในซอย ลาดพร้าว 71 ก็เกิดร้านอาหารญี่ปุ่นคล้ายแบบนี้เกิดขึ้นมากมาย ทำเป็นเคาเตอร์สีไม้ประดับด้วย ผืนผ้าที่เขียนด้วยภาษาญี่ปุ่นเพื่อเรียกความสนใจ เราก็ไปลองกินมาหมดแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอยากจะไปทานเป็นครั้งที่ 2 แต่อย่างใด
จนน้องชายมาบอกว่า เขามีสาขา2แล้วนะอยู่ตรงสตรีวิทย์ เลยปั๊ม PB มาหน่อยไปดูเด่ะ พอวันหยุดถัดมาอีกวันหนึ่งไปเดินเล่นที่นวมินทร์ซิตี้ ขากลับเข้าจากทางท้ายซอย พอผ่านปั๊ม PB เขียวๆ ด้านซ้ายมือ ก็เหลือบไปพี่ผู้หญิงที่อยู่ในครัวคอยตักแกงกะหรี่ กับลวกเส้น ยืนอยู่หน้า กับพี่ผู้ชายที่เป็นมือหนึ่งของการทำแกงกะหรี่ ก็เลยตั้งใจว่าจะมาทานให้ได้ เพราะวันธรรมดาก็เปิดดึกซะด้วยเหมาะกับคนทำงานที่กลับดึกเช่นเราอ่ะคะ
วันต่อมาก็ได้มาทานสมใจ แต่ก็ไม่ได้ถามเหตุผลอะไรเขาว่าทำไมมาอยู่ตรงนี้ เข้าไปก็สั่งเลย หิวมาก + อยาก
และแล้วเราก็สั่งอาหารที่เราชอบที่สุด

โคโรเกะชีส : เป็นอาหารที่ทำให้เราต้องตามมากินกะลุง ตอนแรกพ่อซื้อไปให้กินที่บ้านแล้วติดใจมากๆ กินตั้งแต่ 10 บาท จนเขาขึ้นราคาไปเป็น 15 บาท ร้านเดิมเคยกินแบบธรรมดา ไม่มีชีส แต่มีชีสก็อร่อยไปอีกแบบ เพราะเขาทอดได้ดีจริงๆโคโรเกะที่ดีและอร่อยสำหรับเราคือ ไม่อมน้ำมัน เนื้อมันฝรั่งต้องบดให้เข้ากัน เอามาปั้นแล้วนำไปชุบด้วยเกล็ดขนมปัง ที่นี่นอกจากจะทอดได้พอดีให้ชีสละลายพอเหมาะแล้ว เกล็ดขนมปังที่เกาะอยู่ด้านนอกก็ยังกรอบไม่อมน้ำมัน อร่อยดี
โชยุราเมน : หลังจากไม่ได้กินมานาน ก็ต้องขอบอกว่ารสชาติแบบเนี้ยแหละใช่เลย เพราะความแตกต่างของโชยุราเมนก็คือรสชาติที่กลมกล่อมพอดีของน้ำซุป ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไม่ใช่ร้านราเมนเฉพาะจริงๆ ส่วนใหญ่จะใช้ผงชูรส แต่ที่นี่ทำเองคะน้ำซุป เห็นแค่เป็นซุปใสๆแบบนี้ แต่มันมีขั้นตอนในการทำที่ต้องใช้ประสบการณ์และฝีมือมากๆ
ส่วนประกอบของโชยุราเมนที่กินวันนี้ 
โชยุราเมน : หลังจากไม่ได้กินมานาน ก็ต้องขอบอกว่ารสชาติแบบเนี้ยแหละใช่เลย เพราะความแตกต่างของโชยุราเมนก็คือรสชาติที่กลมกล่อมพอดีของน้ำซุป ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไม่ใช่ร้านราเมนเฉพาะจริงๆ ส่วนใหญ่จะใช้ผงชูรส แต่ที่นี่ทำเองคะน้ำซุป เห็นแค่เป็นซุปใสๆแบบนี้ แต่มันมีขั้นตอนในการทำที่ต้องใช้ประสบการณ์และฝีมือมากๆ
เส้นราเมน : ลวกได้พอดี ไม่สุกจนเส้นเละ นุ่มและหยุ่นมากๆ เวลาซูดเข้าปากพร้อมน้ำซุป น้ำตาแทบไหลคิดถึงรสชาติราเมนของลุงช่างเหมือนมากจริงๆ
หมูชาชู : เป็นส่วนประกอบที่ทำยาก สำหรับอาหารญี่ปุ่น เพราะต้องนำหมูสัน หรือจะสันติดมันมาต้มมาเคี่ยวกับน้ำเครื่องปรุง กรรมวิธียุ่งยากมากและที่นี่ก็ทำหมูชาชูเอง หมูชาชูที่สไลด์เป็นแผ่น วางอยู่บนเส้นราเมน แค่ดูสีก็รู้ว่ารสชาติต้องเข้มข้น เนื้อหมูติดมันนิดๆเพิ่มความหวานกลมกล่อมให้กับหมูชาชูเข้าไปอีก ความหนาของชิ้นหมูก็ช่างพอดี พอหมูเข้าปากปั๊บ ต้องรีบซูดเส้นตามเข้าไป อืมมมม....อร่อย
ไข่ต้ม : เรียกความสนใจจากเราได้ไม่น้อยโทษฐานเข้ากันได้ดีกับน้ำซุป เขาใช้ไข่ใบโต หั่นครึ่งใบกินทีเดียวครึ่งลูกเลย รีบตักน้ำซุปตามเข้าปาก ให้ไปผสมกับไข่แดงในปากโอ๊ยยย กลมกล่อมมาก
ส่วนประกอบอื่น : สาหร่ายแผ่น หอมๆ ,ผักกวางตุ้งลวก หั่นเป็นท่อนพอดีคำ ,ต้นหอมญี่ปุ่นซอย บางๆ กินด้วยกัน จะได้รสชาติมาก
ชามนี้แถมจะยกซดน้ำแต่ต้องเก็บท้องไว้กินอย่างอื่นอีก
โซเมน (หมี่เย็น) : เราแค่ชิมเพราะจานนี้เป็นขอวคนที่มาด้วยกัน เขาดูหวง ๆ แต่ในที่สุดก็ยอมใจอ่อนให้เราชิม เราต้องขอชม พี่ผู้ชายเขาจริงว่าเขาลวกเส้นได้เก่งมาก การที่จะกะให้เส้นมันสุกพอดีมันยากนะคะ เราเองเวลาทำสปาเกตตีเองยังเส้นเละทุกครั้งเลย หลังจากได้ชิมก็ต้องบอกว่าเส้นที่เรียวเล็กเหมาะกับรสชาติน้ำซุปมาก เขามีวาซาบิปั้นเป็นก้อนวางด้านข้างเครื่องเคียงให้เราใส่ไปในน้ำซุปด้วย เครื่องเคียงก็มี เห็ดหอมตุ๋นหั่นสไลด์ รสชาติออกหวานนิดนึง ไข่เจียวหั่นฝอยไม่มีรสชาติแต่หอมกลิ่นไข่ เขาเจียวได้เนื้อเนียนเหลืองนวลสวยจริงๆ แล้วก็แตงกวาหั่นฝอยที่แช่เย็น ใครที่ชอบหมี่เย็น ต้องลองคะ
ไก่สอดไส้ชีสและผักขม : เราชอบหมูทอด (ทงคัตซึ) ที่ลุงทำมากเพราะชิ้นใหญ่หนา ทอดได้กรอบพอดี เคยมีโอกาสได้เข้าไปดูในครัวตอนที่ลุงยังอยู่ (สนิทกับลุง ปกติลุงแกจะไม่ค่อยชอบคนนอก แต่เราพูดญี่ปุ่นได้นิดหน่อย และไปกินที่ร้านแกตั้งแต่ยังไม่มีใครรู้จัก) แกจะมีเครื่องวัดอุณหภูมิน้ำมัน คิดว่าน่าจะเป็นส่วนช่วยในการทำให้ทอดได้สุกแบบพอดีๆและพี่สองคนก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะ ไก่สอดไส้ชีสที่สั่งมา ชิ้นหนา เพราะเขาใช้เนื้อไก่หั่นเป็นชิ้นเท่าฝ่ามือ 2 ชิ้น สอดไส้ด้วยผักขมผัดสับหยาบและชีส ชุปด้วยเกล็ดขนมปังนำไปทอด เนื่อไก่นุ่มมาก ทานกับสลัดจิ้มมายองเนสพร้อมข้าวสวยญี่ปุ่นที่หนึบๆ ตอนร้อนๆ จะอร่อยมา นิดนึงว่าที่เนื่อไก้ด้านในเขาโรยด้วยเกลือและพริกไทยบางๆ ทำให้รสชาติไก่ไม่จืดจนเกินไป สำหรับเรา เราชอบจานนี้ที่สุด เพราะเนื้อไก่หนาแต่นุ่ม เวลาทานรู้สึกถึงรสชาติ ได้เต็มที่ เพราะเคยเจอของทอดๆ แบบนี้แต่เนื้อมันบางมากกันแล้วแข็งกระโดก ไม่ได้รู้รสชาติว่ามันเป็นเนื้ออะไร
แอบถามพี่ผู้หญิงเขาบอกว่าปกติเขาอยู่แต่ในครัวที่ทำแต่พวกราเมนกับแกงกะหรี่ (พี่ผู้ชายเป็นคนทำแกงกะหรี่มาตลอด) เลยไม่แน่ใจว่าจะทอดได้ดีไหม เราก็บอกเขาว่าอร่อยดี ทอดได้พอดี เคยเห็นว่าที่ร้านเดิมมีที่วัดอุณหภูมิ พี่ก็มีใช่ไหม เขาก็บอกเขาไม่มีหรอก แต่ว่ากะเอาจากที่เคยกิน เราก็ทึ่งเขามากเลย
ถ้าใครได้ผ่านมาผ่านไปแถวนั้นก็แวะไปอุดหนุนเขาหน่อยนะคะ เสียดายฝีมือเขา ที่เขาตั้งชื่อร้านว่าคะโซกุ เพราะตั้งใจว่าจะหมายถึง ครอบครัว (จริงๆ ต้องเขียนว่า คะโซคุ) คนที่คิดทำมาหากินด้วยใจที่บริสุทธิ์ พี่ผู้หญิงเองก็กระตือรือร้นในการหาหนังสืออาหารญี่ปุ่นมาทำเมนูใหม่เสมอ ลูกชายเขาเองก็น่ารักมากคะ เลิกเรียนก็มาช่วยคุณพ่อคุณแม่ดูร้านไม่เคยไปเที่ยวไหนเลย เป็นคนดีที่ขยันทำมาหากินทั้งครอบครัวเลยคะ